“ถอดรหัส Mindset มหาเศรษฐีระดับโลก พวกเขาตัดสินใจอย่างไรในวิกฤต

เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ โรคระบาด หรือสงคราม คนส่วนใหญ่มักจะเลือก “หนี” หรือ “เพลย์เซฟ” เพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งเป็นกลไกตามธรรมชาติของมนุษย์ครับ

แต่สำหรับมหาเศรษฐีระดับโลกอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์, อีลอน มัสก์ หรือ เจฟฟ์ เบซอส พวกเขากลับมองเห็น “โอกาสทอง” ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดเสมอ นี่ไม่ใช่เรื่องของเงินทุนที่หนากว่าอย่างเดียว แต่มันคือวิธีคิดที่เป็นระบบและหลุดออกจากกรอบเดิมๆ

เรามาถอดรหัส 4 พาร์ทสำคัญของวิธีคิดแบบมหาเศรษฐีกันครับว่า ในขณะที่คนอื่นหวาดกลัว… พวกเขาคิดและตัดสินใจอย่างไร?

ถอดรหัส ‘Mindset’ มหาเศรษฐีระดับโลก

1.วิกฤตคือ “มหกรรมลดราคาสินค้า”

คนทั่วไปมักกลัวเมื่อราคาสินทรัพย์ดิ่งลง แต่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มักจะพูดเสมอว่า “จงกลัวเมื่อคนอื่นโลภ และจงโลภเมื่อคนอื่นกลัว”

  • วิธีคิดของมหาเศรษฐี: มองตลาดหุ้นหรือธุรกิจในช่วงวิกฤตเหมือนตอนเดินห้างแล้วเจอ “ป้ายเซลล์ 50-70%” พวกเขาจะแยกแยะระหว่าง “ราคาที่ร่วงลง (Price)” กับ “มูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจ (Value)” ถ้าบริษัทนั้นยังมีพื้นฐานที่ดี มีความต้องการในตลาด วิกฤตคือโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นหรือควบรวมกิจการในราคาที่ถูกแบบหาไม่ได้อีกแล้วในเวลาปกติ

2.มองทะลุคลื่นระยะสั้น สู่แนวโน้มระยะยาว

ในวิกฤต ข่าวร้ายจะประโคมเข้ามาทุกวันจนทำให้คนตื่นตระหนกและตัดสินใจผิดพลาด มหาเศรษฐีจะตัด “เสียงรบกวน” (Noise) เหล่านั้นออก แล้วใช้กรอบความคิดมองไปข้างหน้า 5-10 ปี

  • วิธีคิดของมหาเศรษฐี: เจฟฟ์ เบซอส ใช้หลักการที่เรียกว่า Regret Minimization Framework (กรอบความคิดลดความเสียใจในอนาคต) เขาจะจินตนาการตัวเองตอนอายุ 80 ปี แล้วมองย้อนกลับมาว่าถ้าเขาไม่ลงทุนในสิ่งนี้ในช่วงวิกฤต เขาจะเสียใจไหม? ตัวอย่างที่ชัดเจนคือช่วงวิกฤตฟองสบู่ดอทคอม (Dot-com\ bubble) หุ้น Amazon ร่วงยับเยิน แต่เบซอสไม่สนใจระยะสั้น เขายังคงเดินหน้าลงทุนในระบบโลจิสติกส์เพราะเขารู้ว่าพฤติกรรมคนจะเปลี่ยนไปซื้อของออนไลน์ในระยะยาวแน่นอน

3.การคิดจากจุดเริ่มต้น ไม่คิดตามคนอื่น

เมื่อเกิดวิกฤต ข้อมูลและตำราเดิมๆ มักจะใช้ไม่ได้ผล คนธรรมดาจะพยายามทำตามๆ กันเพื่อความปลอดภัย (Herd Behavior) แต่อัจฉริยะระดัับโลกจะทุบกระดานทิ้งแล้วคิดใหม่จากศูนย์

  • วิธีคิดของมหาเศรษฐี: อีลอน มัสก์ ใช้ First Principles Thinking (การคิดจากหลักการแรกเริ่ม) โดยการย่อยปัญหาลงไปหาความจริงพื้นฐานที่สุดที่ไม่สามารถโต้แย้งได้ แล้วสร้างแนวทางแก้ไขขึ้นมาใหม่ เช่น ในช่วงที่ซัพพลายเชนโลกวิกฤตหรือต้นทุนพุ่งสูง มัสก์จะไม่ยอมจำนนต่อราคาตลาด แต่จะขุดลึกไปถึงราคาวัตถุดิบต้นน้ำ (เช่น ลิเธียม, นิกเกิล) แล้วหาทางสร้างหรือควบคุมต้นทุนนั้นด้วยตัวเองแทนการพึ่งพาคนอื่น

4.มีการบริหารความเสี่ยงแบบสมมาตรขัดแย้ง

หลายคนคิดว่ามหาเศรษฐีคือพวก “ใจถึง พึ่งได้ กล้าได้กล้าเสียแบบบ้าบิ่น” แต่ความจริงตรงกันข้ามเลยครับ พวกเขาเกลียดความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ แต่พวกเขาชอบความเสี่ยงประเภท “จำกัดผลขาดทุน แต่ไม่จำกัดผลกำไร” (Limited Downside, Unlimited Upside)

  • วิธีคิดของมหาเศรษฐี: ในช่วงวิกฤต มูลค่าของสตาร์ทอัพหรือทรัพย์สินบางอย่างจะลดลงจนต่ำมากๆ จน downside เกือบเป็นศูนย์ (คือถ้าเจ๊งก็เจ็บตัวแค่นิดเดียวเพราะราคาถูกมากแล้ว) แต่ถ้ามันรอดและพลิกกลับมาได้ มูลค่าจะพุ่งขึ้นเป็นร้อยเท่า มหาเศรษฐีจะกระโจนเข้าใส่ความเสี่ยงประเภทนี้ทันที

แนะนำแพลตฟอร์มเกมเดิมพันครบวงจร มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

ขอแนะนำแพลตฟอร์ม เคยู (Kubet) ครับที่นี่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากหน่วยงาน PAGCOR ซึ่งเป็นหน่วยงานอันดับ 1 ของฝั่งทวีปเอเชียครับ

มีคอมมูคนไทยเยอะมาก และมีเกมเดิมพันครบทุกอย่าง เรียกว่าครบวงจร ทั้งตัวเกม และการไลฟ์สด รวมถึงมีกีฬา และ ลอตเตอรี่ให้เลือกอย่างอิสระครับ

  • Kubet : มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
  • มีเกมเดิมพันครบวงจร ทั้งตัวเกม และ ไลฟ์สด
  • มีเกมกีฬาให้เลือกเล่นอย่างอิสระ
  • ชมถ่ายทอดสดกีฬาฟรีสำหรับสมาชิก
  • มีลอตเตอรี่ให้เลือกสรรมากกว่า 10 แบบ
  • มีภาษาไทย