“ถอดรหัส Mindset มหาเศรษฐีระดับโลก พวกเขาตัดสินใจอย่างไรในวิกฤต
-
Jul, Tue, 2026
เมื่อเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ โรคระบาด หรือสงคราม คนส่วนใหญ่มักจะเลือก “หนี” หรือ “เพลย์เซฟ” เพื่อเอาชีวิตรอด ซึ่งเป็นกลไกตามธรรมชาติของมนุษย์ครับ
แต่สำหรับมหาเศรษฐีระดับโลกอย่าง วอร์เรน บัฟเฟตต์, อีลอน มัสก์ หรือ เจฟฟ์ เบซอส พวกเขากลับมองเห็น “โอกาสทอง” ในช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดเสมอ นี่ไม่ใช่เรื่องของเงินทุนที่หนากว่าอย่างเดียว แต่มันคือวิธีคิดที่เป็นระบบและหลุดออกจากกรอบเดิมๆ
เรามาถอดรหัส 4 พาร์ทสำคัญของวิธีคิดแบบมหาเศรษฐีกันครับว่า ในขณะที่คนอื่นหวาดกลัว… พวกเขาคิดและตัดสินใจอย่างไร?
ถอดรหัส ‘Mindset’ มหาเศรษฐีระดับโลก
1.วิกฤตคือ “มหกรรมลดราคาสินค้า”
คนทั่วไปมักกลัวเมื่อราคาสินทรัพย์ดิ่งลง แต่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ มักจะพูดเสมอว่า “จงกลัวเมื่อคนอื่นโลภ และจงโลภเมื่อคนอื่นกลัว”
- วิธีคิดของมหาเศรษฐี: มองตลาดหุ้นหรือธุรกิจในช่วงวิกฤตเหมือนตอนเดินห้างแล้วเจอ “ป้ายเซลล์ 50-70%” พวกเขาจะแยกแยะระหว่าง “ราคาที่ร่วงลง (Price)” กับ “มูลค่าที่แท้จริงของธุรกิจ (Value)” ถ้าบริษัทนั้นยังมีพื้นฐานที่ดี มีความต้องการในตลาด วิกฤตคือโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นหรือควบรวมกิจการในราคาที่ถูกแบบหาไม่ได้อีกแล้วในเวลาปกติ
2.มองทะลุคลื่นระยะสั้น สู่แนวโน้มระยะยาว
ในวิกฤต ข่าวร้ายจะประโคมเข้ามาทุกวันจนทำให้คนตื่นตระหนกและตัดสินใจผิดพลาด มหาเศรษฐีจะตัด “เสียงรบกวน” (Noise) เหล่านั้นออก แล้วใช้กรอบความคิดมองไปข้างหน้า 5-10 ปี
- วิธีคิดของมหาเศรษฐี: เจฟฟ์ เบซอส ใช้หลักการที่เรียกว่า Regret Minimization Framework (กรอบความคิดลดความเสียใจในอนาคต) เขาจะจินตนาการตัวเองตอนอายุ 80 ปี แล้วมองย้อนกลับมาว่าถ้าเขาไม่ลงทุนในสิ่งนี้ในช่วงวิกฤต เขาจะเสียใจไหม? ตัวอย่างที่ชัดเจนคือช่วงวิกฤตฟองสบู่ดอทคอม (Dot-com\ bubble) หุ้น Amazon ร่วงยับเยิน แต่เบซอสไม่สนใจระยะสั้น เขายังคงเดินหน้าลงทุนในระบบโลจิสติกส์เพราะเขารู้ว่าพฤติกรรมคนจะเปลี่ยนไปซื้อของออนไลน์ในระยะยาวแน่นอน
3.การคิดจากจุดเริ่มต้น ไม่คิดตามคนอื่น
เมื่อเกิดวิกฤต ข้อมูลและตำราเดิมๆ มักจะใช้ไม่ได้ผล คนธรรมดาจะพยายามทำตามๆ กันเพื่อความปลอดภัย (Herd Behavior) แต่อัจฉริยะระดัับโลกจะทุบกระดานทิ้งแล้วคิดใหม่จากศูนย์
- วิธีคิดของมหาเศรษฐี: อีลอน มัสก์ ใช้ First Principles Thinking (การคิดจากหลักการแรกเริ่ม) โดยการย่อยปัญหาลงไปหาความจริงพื้นฐานที่สุดที่ไม่สามารถโต้แย้งได้ แล้วสร้างแนวทางแก้ไขขึ้นมาใหม่ เช่น ในช่วงที่ซัพพลายเชนโลกวิกฤตหรือต้นทุนพุ่งสูง มัสก์จะไม่ยอมจำนนต่อราคาตลาด แต่จะขุดลึกไปถึงราคาวัตถุดิบต้นน้ำ (เช่น ลิเธียม, นิกเกิล) แล้วหาทางสร้างหรือควบคุมต้นทุนนั้นด้วยตัวเองแทนการพึ่งพาคนอื่น
4.มีการบริหารความเสี่ยงแบบสมมาตรขัดแย้ง
หลายคนคิดว่ามหาเศรษฐีคือพวก “ใจถึง พึ่งได้ กล้าได้กล้าเสียแบบบ้าบิ่น” แต่ความจริงตรงกันข้ามเลยครับ พวกเขาเกลียดความเสี่ยงที่ควบคุมไม่ได้ แต่พวกเขาชอบความเสี่ยงประเภท “จำกัดผลขาดทุน แต่ไม่จำกัดผลกำไร” (Limited Downside, Unlimited Upside)
- วิธีคิดของมหาเศรษฐี: ในช่วงวิกฤต มูลค่าของสตาร์ทอัพหรือทรัพย์สินบางอย่างจะลดลงจนต่ำมากๆ จน downside เกือบเป็นศูนย์ (คือถ้าเจ๊งก็เจ็บตัวแค่นิดเดียวเพราะราคาถูกมากแล้ว) แต่ถ้ามันรอดและพลิกกลับมาได้ มูลค่าจะพุ่งขึ้นเป็นร้อยเท่า มหาเศรษฐีจะกระโจนเข้าใส่ความเสี่ยงประเภทนี้ทันที
แนะนำแพลตฟอร์มเกมเดิมพันครบวงจร มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
ขอแนะนำแพลตฟอร์ม เคยู (Kubet) ครับที่นี่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายจากหน่วยงาน PAGCOR ซึ่งเป็นหน่วยงานอันดับ 1 ของฝั่งทวีปเอเชียครับ
มีคอมมูคนไทยเยอะมาก และมีเกมเดิมพันครบทุกอย่าง เรียกว่าครบวงจร ทั้งตัวเกม และการไลฟ์สด รวมถึงมีกีฬา และ ลอตเตอรี่ให้เลือกอย่างอิสระครับ
- Kubet : มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย
- มีเกมเดิมพันครบวงจร ทั้งตัวเกม และ ไลฟ์สด
- มีเกมกีฬาให้เลือกเล่นอย่างอิสระ
- ชมถ่ายทอดสดกีฬาฟรีสำหรับสมาชิก
- มีลอตเตอรี่ให้เลือกสรรมากกว่า 10 แบบ
- มีภาษาไทย